Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

[ข่าว] [อบรมและศึกษาต่อ] [สมัครงาน] [กฎหมายเบื้องต้นสำหรับประชาชน] [กฎหมายใหม่] [หน้าหลัก]

การจดทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท

นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่

    1. ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
    2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด
    3. บริษัทจำกัด

ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำพวกเดียว โดยผู้คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งมีหุ้นส่วนเป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งมีหุ้นส่วน 2 จำพวก ดังนี้

    1. หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด ได้แก่ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งรับผิดจำกัดเพียงจำนวนงินที่ตนรับว่าจะลงทุนในห้างหุ้นส่วนเท่านั้น
    2. หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ได้แก่ หุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งรับผิดในบรรดาหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน

บริษัทจำกัด คือ บริษัทประเภทซึ่งขึ้นด้วยแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าหุ้นละเท่า ๆ กัน โดยมีผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัด เพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ

การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด พร้อมทั้งปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ว่าด้วย การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. 2538

การจัดตั้งห้างหุ้นส่วน

เมื่อบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปประสงค์จะประกอบกิจการในรูปของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้เป็นห้นส่วนของห้างหุ้นส่วนจะต้องตกลงแต่งตั้งผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เพื่อทำหน้าที่ดำเนินการขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนริษัทที่ห้างหุ้นส่วนนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่

สาระสำคัญที่ต้องจดทะเบียน

ในการจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด รายการจดทะเบียนต่าง ๆ ที่กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนจะมีสารสำคัญเหมือนกัน ดังนี้

    1. ชื่อห้างหุ้นส่วน
    2. วัตถุที่ประสงค์ของห้างหุ้นส่วน
    3. ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาทั้งปวง
    4. ชื่อ ยี่ห้อ สำนักอาชีวะ และสิ่งที่นำมาลงหุ้นของหุ้นส่วนทุกคน ในกรณีห้างหุ้นส่วนจำกัด จะต้องแยกตามประเภทของผู้เป็นหุ้นส่วนที่จำกัดความรับผิดและไม่จำกัดความรับผิด
    5. ชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    6. ข้อจำกัดอำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการ
    7. ตราของห้างหุ้นส่วน
    8. รายการอื่นที่เห็นควรจะให้ประชาชนทราบ

หุ้นส่วนทุกคนต้องลงลายมือชื่อในรายการจดทะเบียนด้วยตนเอง

ขั้นตอนการขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

    1. ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องตกลงเรื่องชื่อของห้างหุ้นส่วน แล้วยื่นแบบจองชื่อนิติบุคคลเพื่อให้ตรวจสอบชื่อ เมื่อได้รับอนุญาตให้จองชื่อแล้ว จะต้องจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จองชื่อ
    2. จัดทำคำขอและรายการจดทะเบียน พร้อมทั้งเอกสารประกอบตามที่กำหนดในระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. 238
    3. ยื่นคำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน รายการจดทะเบียนจัดตั้งและเอกสารประกอบโดยหุ้นส่วนผู้จัดการจะต้องลงชื่อในคำขอจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนฯ หรือสามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือต่อหน้าฑูตหรือกงศุลไทยประจำประเทศนั้น
    4. เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจพิจารณา เมื่อเห็นว่าคำขอจดทะเบียน รายการจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนถูกต้อง ก็จะสั่งให้ชำระค่าธรรมเนียม
    5. ผู้ขอจดทะเบียนต้องชำระค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนจัดต้งห้างหุ้นส่วน โดยคิดค่าธรรมเนียมตามจำนวนผู้เป็นหุ้นส่วน (ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่เกิน 3 คน คิดค่าธรรมเนียม 1,000,000 บาท หากเกิน 3 คน คิดส่วนที่เกินอีกคนละ 200,000 บาท)
    6. เมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนและออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้ผู้ขอจดทะเบียน พร้อมทั้งหนังสือรับรองรายการทางทะเบียนหากผู้ขอได้ขอไว้

การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด

จะต้องดำเนินการจดทะเบียน 2 ขั้นตอน ดังนี้คือ

    1. การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
    2. การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

ในการดำเนินการขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิก็เช่นเดียวกับการจัดตั้งห้างหุ้นส่วน โดยผู้เริ่มก่อการทั้งหมดซึ่งต้องมีอย่างน้อย 7 คน ต้องให้ผู้เริ่มก่อการคนใดคนหนึ่งเป็นผู้เริ่มก่อการขอจดทะเบียน ทำหน้าที่ดำเนินการขอทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทที่บริษัทนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่

สาระสำคัญที่ต้องจดทะเบียน

ผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทต้องรวมกันจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ ในหนังสือบริคณห์สนธิจะต้องมีรายการดังต่อไปนี้

    1. ชื่อบริษัท
    2. จังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัท
    3. วัตถุที่ประสงค์ทั้งหลายของบริษัท
    4. ข้อแถลงแสดงว่าความรับผิดของผู้ถือหุ้นมีจำกัด
    5. จำนวนทุน จำนวนหุ้นและมูลค่าหุ้นของบริษัท
    6. ชื่อ ที่อยู่ อาชีวะ และจำนวนหุ้นซึ่งต่างคนต่างเข้าชื่อซื้อไว้ของผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทและลายมือชื่อของผู้เริ่มก่อการทุกคน

ชื่อของพยาน 2 คน ซึ่งลงชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้เริ่มก่อการทุกคน

ขั้นตอนการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

  1. ผู้เริ่มก่อการต้องตกลงเรื่องชื่อของบริษัท แล้วยื่นแบบจองชื่อนิติบุคคลเพื่อให้ตรวจสอบชื่อ เมื่อได้รับอนุญาตให้จองชื่อได้แล้ว จะต้องจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จองชื่อ
  2. จัดทำคำขอและรายการจดทะเบียน พร้อมทั้งเอกสารประกอบตามที่กำหนดในระเบียบฯ
  3. ยื่นคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สินธิ รายการจดทะเบียนและเอกสารประกอบโดยผู้เริ่มก่อการลงชื่อในคำขอจดทะเบียนเช่นเดียวกับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน
  4. เจ้าหน้าที่จะดำเนินการพิจารณาเช่นเดียวกับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน เมื่อถูกต้องก็จะสั่งให้ชำระค่าธรรมเนียม
  5. ผู้ขอจดทะบียนต้องชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ โดยคิดค่าธรรมเนียมตามทุนที่ขอจดทะเบียน (ทุนจดทะเบียนหนึ่งแสนบาทคิดค่าธรรมเนียม 50.00 บาท เศษของหนึ่งแสนบาทคิดเท่ากับหนึ่งแสนบาท แต่เก็บค่าธรรมเนียมอย่างน้อย 500.00 บาท อย่างมาก 25,000 .00 บาท )
  6. เมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว นายทะเบียนจะรับจดทะเบียน

การจดทะเบียนตั้งบริษัท

เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องจัดให้หุ้นของบริษัททั้งหมดมีผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นจนครบ เมื่อมีผู้เข้าจองซื้อหุ้นจนครบแล้ว ผู้เริ่มก่อการจะออกหนังสือนัดประชุมส่งไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนเพื่อเรียกประชุมผู้ถือหุ้น การประชุมเช่นนี้เรียกว่า การประชุมตั้งบริษัท หนังสือนัดประชุมนี้จะต้องออกก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน

กิจการที่จะต้องทำในที่ประชุมจัดตั้งบริษัท

  1. ทำความตกลงเรื่องข้อบังคับของบริษัท
  2. ให้สัตยาบันแก่บรรดาสัญญาซึ่งผู้เริ่มก่อการได้ทำไว้ และค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งเขาต้องออกไปในการเริ่มก่อตั้งบริษัท
  3. วางกำหนดจำนวนเงินซึ่งจะให้แก่ผู้เริ่มก่อการ ถ้าหากมีเจตนาว่าจะให้
  4. วางกำหนดจำนวนหุ้นบุริมสิทธิ์ ทั้งกำหนดสภาพและบุริมสิทธิ์แห่งหุ้นนั้น ๆ ว่าเป็นสถานใดเพียงใด ถ้าหากจะมีหุ้นเช่นนั้นในบริษัท
  5. วางกำหนดจำนวนหุ้นสามัญ หรือหุ้นบุริมสิทธิ์ ซึ่งออกให้เหมือนหนึ่งว่าได้ใช้เต็มค่าแล้ว หรือได้ใช้แต่บางส่วนแล้ว เพราะใช้ให้ด้วยอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน และกำหนดว่าเพียงใดซึ่งจะถือเอาเป็นว่าได้ใช้แล้ว ถ้าหากมจะมีหุ้นเช่นนั้นในบริษัท

ให้แถลงในที่ประชุมโดยเฉพาะว่า ซึ่งจะออกหุ้นสามัญ หรือหุ้นบุริมสิทธิ์ให้เหมือนหนึ่งว่าได้ใช้เงินแล้วเช่นนั้น เพื่อแทนคุณแรงงานหรือตอบแทนทรัพย์สินอย่างใดให้พรรณนาจงชัดเจนทุกประการ

6.เลือกตั้งกรรมการและพนักงานสอบบัญชีอันเป็นชุดแรกของบริษัท และวางกำหนดอำนาจของคนเหล่านี้ด้วย

ในการประชุมตั้งบริษัทที่ประชุมจะต้องรับรองบัญชีรายชื่อ ฐานะ และสำนักของผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นพร้อมทั้งจำนวนหุ้นซึ่งต่างคนได้ลงชื่อซื้อไว้

เมื่อที่ประชุมตั้งบริษัทได้เลบือกกรรมการชุดแรก ผู้เริ่มก่อการจะมอบการงานทั้งมหดให้แก่กรรมการรับไปดำเนินงานต่อไป กรรมการจะเรียกให้ผู้เริ่มก่อการและผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทั้งหลายชำระค่าหุ้น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้น เมื่อได้รับค่าหุ้นแล้วกรรมการจะดำเนินการจดทะเบียนตั้งบริษัทต่อไป ซึ่งจะต้องกระทำภายใน 3 เดือน นับแต่วันประชุมตั้งบริษัท

สาระสำคัญที่ต้องจดทะเบียน

  1. จำนวนหุ้นทั้งสิ้นซึ่งได้มีผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นหรือได้จัดออกให้แแล้ว แยกให้ปรากฎว่าเป็นหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ์จำนวนเท่าใด
  2. จำนวนหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ์ ซึ่งออกให้เหมือนหนึ่งว่าได้ใช้เต็มค่าแล้วหรือได้ใช้แต่บางส่วนแล้วนอกจากที่ให้ใช้เป็นตัวเงิน และหุ้นที่ได้ใช้แต่บางส่วนนั้นได้ใช้แล้วเพียงใด
  3. จำนวนเงินทีได้ใช้แล้วหุ้นละเท่าใด
  4. จำนวนเงินทีได้รับไว้เป็นค่าหุ้นรวมทั้งสิ้นเท่าใด
  5. ชื่อ อาชีวะ และที่อยู่ของกรรมการทุกคน

6. จำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อเป็นสำคัญผูกพันบริษัทได้

7. ข้อแถลงแสดงว่าบริษัทได้ตั้งขึ้นโดยมีหรือไม่มีกำหนดอายุ

8. ข้อแถลงแสดงว่าสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขาทั้งปวง

9. รายการอย่างอื่นที่เห็นควรจะให้ทราบแก่ประชาชน

10. ตราของบริษัท

11.ข้อแถลงแสดงว่าบริษัทได้ตั้งขึ้นโดยมีหรือไม่มีข้อบังคับ

ขั้นตอนการจดทะเบียนตั้งบริษัท

  1. เมื่อบริษัทจัดประชุมตามวาระการประชุมครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด และกรรมการได้รับชำระค่าหุ้นจากผู้เริ่มก่อการและผู้ชื่อซื้อหุ้นครบถ้วนแล้ว กรรมการจะต้องจัดทำคำขอและรายการจดทะเบียน พร้อมทั้งเอกสารประกอบตามที่กำหนดในระเบียบฯ
  2. ยื่นคำขอจดทะเบียนตั้งบริษัท รายการจดทะเบียนและเอกสารประกอบ โดยกรรมการผู้มีอำนาจตามมติที่ประชุมตั้งบริษัทเป็นผู้ลงชื่อในคำขอเช่นเดียวกับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน และต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 3 เดือน นับแต่วันประชุมตั้งบริษัท
  3. เจ้าหน้าที่จะตรวจพิจารณา สั่งชำระค่าะรรมเนียม รับจดทะเบียน ออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนและหนังสือรับรองรายการทางทะเบียนเช่นเดียวกับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน โดยคิดค่าธรรมเนียมตามทุนที่ขอจดทะเบียน (ทุนจดทะเบียนหนึ่งแสนบาทคิดค่าธรรมเนียม 500.00 บาท เศษของหนึ่งแสนบาทคิดเท่ากับหนึ่งแสนบาท แต่เก็บค่าธรรมเนียมอย่างน้อย 5,000.00 บาท อย่างมากไม่เกิน 250,000.00 บาท)

กลับสู่หน้าหลัก